TH

|

EN

2021 New Year's Resolution เป็นฉันคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม

2021 New Year's Resolution เป็นฉันคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม

ธันวาคม 29, 2563 |
โพสโดย : maxi |

เพียงแค่พริบตาก็เหมือนกับว่าจากปี 2020 จะกลายเป็น 2021 อย่างรวดเร็ว จนหลายๆ คนมีความรู้สึกว่ายังไม่ทันได้ทำอะไรก็จะปีใหม่แล้วหรือนี่! เนื่องจากตลอดปีที่ผ่านมาได้มีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสมากกว่าทุกปี โดยเฉพาะการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต แต่ยังซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจและสั่นคลอนความมั่นคงในอาชีพของใครหลายๆ คน ดังนั้นในปี 2021 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เราจะนำบทเรียนที่ได้รับมาปรับใช้ให้ New Year's Resolution ในปีใหม่ของพวกเรานั้นเป๊ะปังและแข็งแกร่งไม่แพ้ใคร พร้อมรับได้ทุกสถานการณ์

 

1. สุขภาพคือคีย์เวิร์ด – ออกกำลังกายให้ดี กินให้ดี และคอยหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดีด้วย

เลิกผัดผ่อนว่าเดี๋ยวเดือนหน้าค่อยทำ ปีหน้าค่อยทำ แล้วลงมือทำในปีใหม่นี้ทันที เพราะโรคภัยไข้เจ็บไม่เคยแจ้งเตือนล่วงหน้าและไม่เคยปรานีใคร เราจึงต้องดูแลสุขภาพให้ดีและตรวจสุขภาพประจำปีอยู่เสมอ เลิกทำงานหามรุ่งหามค่ำแล้วหันมาออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์กันดีกว่า ที่สำคัญยังต้องเลือกรับประทานอาหารที่ดีและหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีด้วย ตัวอย่างเช่นในช่วงล็อกดาวน์ บางคนอาจลดการออกไปข้างนอกด้วยการซื้ออาหารแช่แข็งมาตุนไว้ หารู้ไม่ว่าอาหารแช่แข็งเหล่านั้นมักจะมีค่าโซเดียมสูงปรี๊ดจนหากรับประทานเป็นประจำก็จะนำไปสู่โรคไตได้ ดังนั้นก่อนจะซื้อหรือรับประทานอะไร ลองสังเกตข้อมูลโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์กันสักนิดว่าแต่ละอย่างมีสัดส่วนเป็นเท่าไรของปริมาณที่ควรบริโภคต่อวันแล้วจัดสรรการรับประทานให้เหมาะสม เพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพร่างกายที่ดีพร้อมยิ้มรับทุกๆ ปีใหม่ได้อย่างชื่นบาน

https://pixabay.com/images/id-570881/

 

2. ความสะอาดคือหัวใจ - ไม่เมินรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บ

ตอนนี้ทุกคนคงเริ่มชินกับการล้างมือบ่อยๆ หรือการใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดข้าวของกันเป็นประจำแล้ว แต่อย่าลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มีผลต่อความสะอาดและสุขอนามัยของเราด้วย เริ่มจากการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกๆ สัปดาห์เพื่อป้องกันไรฝุ่นอันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคภูมิแพ้ หมั่นซักผ้าเช็ดตัวบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค พยายามวางแปรงสีฟันให้ห่างจากชักโครกมากที่สุดและปิดฝาชักโครกก่อนกดทุกครั้งเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียฟุ้งกระจายไปเกาะแปรงสีฟันหรือตามที่ต่างๆ นอกจากนั้นยังควรเก็บแปรงสีฟันของสมาชิกในครอบครัวให้ห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้ว และเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน หรือเปลี่ยนทันทีหลังจากเป็นไข้หวัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ เพียงเท่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของปี 2021 แล้วใช่ไหมล่ะ

3. กระจายความเสี่ยงคือสิ่งสำคัญ – ขยับขยายสายงานให้หลากหลาย เมื่อไรที่มีคนล้มจะได้มีคนคอยช่วยพยุงได้

หากนึกไม่ออกว่าความเสี่ยงคืออะไร ลองนึกภาพทุกคนในครอบครัวรับราชการเหมือนกันหมด แล้วเงินเดือนตกเบิกหลายเดือนพร้อมๆ กัน หรือนึกภาพเราทำงานเป็นแอร์โฮสเตส แล้วมีแฟนเป็นสจ๊วตหรือนักบินอยู่สายการบินเดียวกันที่ต้องระงับเที่ยวบินหรือปลดพนักงานดูสิ อูยย แค่คิดก็ขนลุกแล้วใช่ไหมล่ะ นี่แหละคือความเสี่ยงสำคัญที่คนเรามักจะมองข้ามไป การทำงานในบริษัทเดียวกันหรือธุรกิจเดียวกันทั้งหมดจะทำให้ครอบครัวของเราได้รับผลกระทบเต็มๆ หากเกิดวิกฤตการณ์ใดๆ ขึ้น ดังเช่นในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ที่หลายบริษัทในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมต้องเลิกจ้างหรือปรับลดเงินเดือนพนักงานลง ดังนั้นหากยังพอมีโอกาสหรือมีลู่ทางในการขยับขยายก็ควรกระจายกันทำงานคนละที่ คนละธุรกิจ หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็หาอาชีพเสริมสำรองไว้พลางๆ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาจะได้ไม่มีใครเจ็บหนัก

 4. แผนการเงินจะขาดไม่ได้ - ทั้งการออม การลงทุน การซื้อประกัน วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นปียังไงก็ดีกว่าแน่นอน

วิกฤตการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่ไม่มีใครอยากให้เกิด อย่างไรก็ตาม เราสามารถลดทอนความรุนแรงได้ด้วยการวางแผนการออมและการลงทุนให้ดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้แน่ใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินแล้วจะมีเงินสำรองที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ทันทีจริงๆ นอกจากนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่มักจะลืมนึกถึงกันก็คือประกันสุขภาพ โดยเฉพาะในยามที่เกิดโรคระบาดใหม่ๆ บางคนอาจพึ่งพาสวัสดิการของบริษัทมาตลอดจนไม่ได้คำนึงถึงวันที่อาจถูกลดสวัสดิการหรือถูกเลิกจ้างไป ยังไงการทำประกันเสริมไว้ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ

 

5. หัวใจต้องพร้อม – ก่อนจะยิ้มให้คนอื่นได้ เรายิ้มให้ตัวเองบ้างแล้วหรือยัง

ในแต่ละปีก็ย่อมมีเรื่องสุขและเศร้าสลับกันไป วันไหนที่แฮปปี้ก็จงยิ้มให้กว้างที่สุด หัวเราะให้ดังที่สุด แต่ถ้าวันไหนอยากร้องไห้ก็ปล่อยโฮออกมาเลย ไม่ต้องฝืนกลั้นเอาไว้ การได้ร้องไห้หรือได้ระบายออกมาจะทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเบาลงไปได้โขเลยล่ะ การมีความรู้สึกโมโห ผิดหวัง โกรธ หรือเสียใจ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเลวร้ายอะไร เพียงแต่เราต้องรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองและจัดการกับมันให้ได้ เพื่อไม่ให้อารมณ์เหล่านั้นกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์ หรือหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เพียงแค่นี้ แค่ใจเราพร้อม ไม่ว่าในปี 2021 นี้จะต้องเจออะไรก็ไม่มีหวั่นแล้วใช่ไหมล่ะ

 

สุดท้ายนี้สิ่งสำคัญที่สุดของ New Year’s Resolution ก็คือการทำ New Year’s Resolution ให้สำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่ากดดันตัวเองจนเกินไปนะ ทำทุกอย่างเท่าที่ตัวเองจะทำได้แล้วค่อยๆ พยายามเพิ่มขึ้นไปทีละเล็กละน้อยก็ได้ หากยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ให้เริ่มจากการตื่นเช้ามาแล้วยิ้มให้ตัวเองในกระจกก่อนเลย เพราะขุมพลังที่ดีที่สุดก็คือตัวเราเองนี่แหละ ฉะนั้นจึงพึงระลึกไว้เสมอว่าเราต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่หรือปีไหนๆ เราก็จะได้เป็นคนที่สดใสไฉไลกว่าทุกๆ ปี

 Happy New Year 2021

Wishing you a happy and healthy in 2021
Happy holiday....

 

 

เพียงแค่พริบตาก็เหมือนกับว่าจากปี 2020 จะกลายเป็น 2021 อย่างรวดเร็ว จนหลายๆ คนมีความรู้สึกว่ายังไม่ทันได้ทำอะไรก็จะปีใหม่แล้วหรือนี่! เนื่องจากตลอดปีที่ผ่านมาได้มีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสมากกว่าทุกปี โดยเฉพาะการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต แต่ยังซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจและสั่นคลอนความมั่นคงในอาชีพของใครหลายๆ คน ดังนั้นในปี 2021 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เราจะนำบทเรียนที่ได้รับมาปรับใช้ให้ New Year's Resolution ในปีใหม่ของพวกเรานั้นเป๊ะปังและแข็งแกร่งไม่แพ้ใคร พร้อมรับได้ทุกสถานการณ์

 

1. สุขภาพคือคีย์เวิร์ด – ออกกำลังกายให้ดี กินให้ดี และคอยหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดีด้วย

เลิกผัดผ่อนว่าเดี๋ยวเดือนหน้าค่อยทำ ปีหน้าค่อยทำ แล้วลงมือทำในปีใหม่นี้ทันที เพราะโรคภัยไข้เจ็บไม่เคยแจ้งเตือนล่วงหน้าและไม่เคยปรานีใคร เราจึงต้องดูแลสุขภาพให้ดีและตรวจสุขภาพประจำปีอยู่เสมอ เลิกทำงานหามรุ่งหามค่ำแล้วหันมาออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์กันดีกว่า ที่สำคัญยังต้องเลือกรับประทานอาหารที่ดีและหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีด้วย ตัวอย่างเช่นในช่วงล็อกดาวน์ บางคนอาจลดการออกไปข้างนอกด้วยการซื้ออาหารแช่แข็งมาตุนไว้ หารู้ไม่ว่าอาหารแช่แข็งเหล่านั้นมักจะมีค่าโซเดียมสูงปรี๊ดจนหากรับประทานเป็นประจำก็จะนำไปสู่โรคไตได้ ดังนั้นก่อนจะซื้อหรือรับประทานอะไร ลองสังเกตข้อมูลโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์กันสักนิดว่าแต่ละอย่างมีสัดส่วนเป็นเท่าไรของปริมาณที่ควรบริโภคต่อวันแล้วจัดสรรการรับประทานให้เหมาะสม เพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพร่างกายที่ดีพร้อมยิ้มรับทุกๆ ปีใหม่ได้อย่างชื่นบาน

https://pixabay.com/images/id-570881/

 

2. ความสะอาดคือหัวใจ - ไม่เมินรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บ

ตอนนี้ทุกคนคงเริ่มชินกับการล้างมือบ่อยๆ หรือการใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดข้าวของกันเป็นประจำแล้ว แต่อย่าลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มีผลต่อความสะอาดและสุขอนามัยของเราด้วย เริ่มจากการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกๆ สัปดาห์เพื่อป้องกันไรฝุ่นอันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคภูมิแพ้ หมั่นซักผ้าเช็ดตัวบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค พยายามวางแปรงสีฟันให้ห่างจากชักโครกมากที่สุดและปิดฝาชักโครกก่อนกดทุกครั้งเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียฟุ้งกระจายไปเกาะแปรงสีฟันหรือตามที่ต่างๆ นอกจากนั้นยังควรเก็บแปรงสีฟันของสมาชิกในครอบครัวให้ห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้ว และเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน หรือเปลี่ยนทันทีหลังจากเป็นไข้หวัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ เพียงเท่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของปี 2021 แล้วใช่ไหมล่ะ

3. กระจายความเสี่ยงคือสิ่งสำคัญ – ขยับขยายสายงานให้หลากหลาย เมื่อไรที่มีคนล้มจะได้มีคนคอยช่วยพยุงได้

หากนึกไม่ออกว่าความเสี่ยงคืออะไร ลองนึกภาพทุกคนในครอบครัวรับราชการเหมือนกันหมด แล้วเงินเดือนตกเบิกหลายเดือนพร้อมๆ กัน หรือนึกภาพเราทำงานเป็นแอร์โฮสเตส แล้วมีแฟนเป็นสจ๊วตหรือนักบินอยู่สายการบินเดียวกันที่ต้องระงับเที่ยวบินหรือปลดพนักงานดูสิ อูยย แค่คิดก็ขนลุกแล้วใช่ไหมล่ะ นี่แหละคือความเสี่ยงสำคัญที่คนเรามักจะมองข้ามไป การทำงานในบริษัทเดียวกันหรือธุรกิจเดียวกันทั้งหมดจะทำให้ครอบครัวของเราได้รับผลกระทบเต็มๆ หากเกิดวิกฤตการณ์ใดๆ ขึ้น ดังเช่นในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ที่หลายบริษัทในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมต้องเลิกจ้างหรือปรับลดเงินเดือนพนักงานลง ดังนั้นหากยังพอมีโอกาสหรือมีลู่ทางในการขยับขยายก็ควรกระจายกันทำงานคนละที่ คนละธุรกิจ หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็หาอาชีพเสริมสำรองไว้พลางๆ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาจะได้ไม่มีใครเจ็บหนัก

 4. แผนการเงินจะขาดไม่ได้ - ทั้งการออม การลงทุน การซื้อประกัน วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นปียังไงก็ดีกว่าแน่นอน

วิกฤตการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่ไม่มีใครอยากให้เกิด อย่างไรก็ตาม เราสามารถลดทอนความรุนแรงได้ด้วยการวางแผนการออมและการลงทุนให้ดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้แน่ใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินแล้วจะมีเงินสำรองที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ทันทีจริงๆ นอกจากนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่มักจะลืมนึกถึงกันก็คือประกันสุขภาพ โดยเฉพาะในยามที่เกิดโรคระบาดใหม่ๆ บางคนอาจพึ่งพาสวัสดิการของบริษัทมาตลอดจนไม่ได้คำนึงถึงวันที่อาจถูกลดสวัสดิการหรือถูกเลิกจ้างไป ยังไงการทำประกันเสริมไว้ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ

 

5. หัวใจต้องพร้อม – ก่อนจะยิ้มให้คนอื่นได้ เรายิ้มให้ตัวเองบ้างแล้วหรือยัง

ในแต่ละปีก็ย่อมมีเรื่องสุขและเศร้าสลับกันไป วันไหนที่แฮปปี้ก็จงยิ้มให้กว้างที่สุด หัวเราะให้ดังที่สุด แต่ถ้าวันไหนอยากร้องไห้ก็ปล่อยโฮออกมาเลย ไม่ต้องฝืนกลั้นเอาไว้ การได้ร้องไห้หรือได้ระบายออกมาจะทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเบาลงไปได้โขเลยล่ะ การมีความรู้สึกโมโห ผิดหวัง โกรธ หรือเสียใจ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเลวร้ายอะไร เพียงแต่เราต้องรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองและจัดการกับมันให้ได้ เพื่อไม่ให้อารมณ์เหล่านั้นกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์ หรือหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เพียงแค่นี้ แค่ใจเราพร้อม ไม่ว่าในปี 2021 นี้จะต้องเจออะไรก็ไม่มีหวั่นแล้วใช่ไหมล่ะ

 

สุดท้ายนี้สิ่งสำคัญที่สุดของ New Year’s Resolution ก็คือการทำ New Year’s Resolution ให้สำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่ากดดันตัวเองจนเกินไปนะ ทำทุกอย่างเท่าที่ตัวเองจะทำได้แล้วค่อยๆ พยายามเพิ่มขึ้นไปทีละเล็กละน้อยก็ได้ หากยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ให้เริ่มจากการตื่นเช้ามาแล้วยิ้มให้ตัวเองในกระจกก่อนเลย เพราะขุมพลังที่ดีที่สุดก็คือตัวเราเองนี่แหละ ฉะนั้นจึงพึงระลึกไว้เสมอว่าเราต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่หรือปีไหนๆ เราก็จะได้เป็นคนที่สดใสไฉไลกว่าทุกๆ ปี

 

 

 Happy New Year 2021

Wishing you a happy and healthy in 2021
Happy holiday....

 

 

SHARE